อ้วนจนข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย? เภสัชแนะนำ 3 ยุทธวิธีกู้คืน

ความจริงที่น่าตกใจ!… น้ำหนักตัวคุณกำลังบดขยี้ กระดูกข้อเข่าคุณอยู่หรือไม่?
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมแค่เดินขึ้นบันไดก็เจ็บ หรือนั่งยองๆ ไม่ได้? ในฐานะเภสัชกร ผมอยากให้คุณเห็นภาพง่ายๆ ทางฟิสิกส์ครับ
“ทุกๆ 1 กก. ที่คุณอ้วนขึ้น เข่าต้องรับแรงกระแทกเพิ่มขึ้นถึง 4 กก.”
นั่นหมายความว่า ถ้าคุณน้ำหนักเกินเพียง 10 กก. เข่าของคุณกำลังแบกรับภาระส่วนเกินเหมือนคุณแบกกระสอบข้าวสาร 40 กก. เดินไปมาตลอดเวลา!
คำตอบอยู่ที่งานวิจัยจากสถาบันโรคข้อและกระดูก (Arthritis Foundation) และการศึกษาของ Messier et. Al. ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ทั่วโลก ซึ่งค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่า
แรงกดมหาศาลนี้จะเร่งให้ “ผิวกระดูกอ่อน” (Cartilage) ที่เคลือบข้อเข่าสึกหรอเร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่า และนำไปสู่โรคข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย (Premature Osteoarthritis)

วิธีประเมินความอ้วนและระดับความเสื่อมข้อเข่า

มาเช็กกันว่าตอนนี้ ‘น้ำหนักตัว’ กำลังทำร้าย ‘ข้อเข่า’ ของเราไประดับไหนแล้ว ด้วยสูตร 2 step แบบง่ายๆ

Step 1 แบบประเมินใช้สูตร BMI แบบง่ายๆ แต่เปลี่ยนผลลัพธ์ให้เห็นภาพ

วิธีคำนวณ : น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง
BMI 23 – 24.9 : (Overweight) ท้วม
เริ่มมีแรงกดที่เข่ามากกว่าปกติ
สถานะ : เริ่มส่งสัญญาณเตือน เข่าของคุณเริ่มรับแรงกดทับมากกว่าปกติ ความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมเริ่มถามหาหากไม่รีบดูแล
ความเสี่ยง : เข่าเริ่มเสื่อมไวกว่าคนปกติ 2 เท่า
Goal : ลดน้ำหนักลง 5% อาการปวดจะดีขึ้นชัดเจน!
BMI 25 – 29.9 : อ้วน (Obese Level)
ความเสี่ยงสูง เข่าเริ่มอักเสบภายใน
สถานะ : ความเสี่ยงสูง (High Risk) ข้อเข่าต้องทำงานหนักตลอดเวลาที่ยืนหรือเดิน ผิวกระดูกอ่อนเริ่มถูกทำลายเร็วกว่าอายุจริง
ความเสี่ยง : เข่าเสื่อมไวมาก! มีโอกาสปวดเข่าเรื้อรังสูงกว่าคนทั่วไป 4-5 เท่า
Goal : ลดน้ำหนักลง 5% อาการปวดจะดีขึ้นชัดเจน!
BMI > 30 : อ้วนมาก (Obese Level 2)
วิกฤต กระดูกอ่อนกำลังถูกทำลายอย่างรวดเร็ว
สถานะ : วิกฤต (Critical) เข่าแบกรับภาระหนักมาก มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการปวดเรื้อรังและข้อเข่าผิดรูป ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกโดยเด็ดขาด
คำแนะนำ : การออกกำลังกายแบบ Non-Weight Bearing (ไม่ลงน้ำหนัก) คือทางรอดเดียว ห้ามกระโดดเด็ดขาด!

Step 2 ประเมินระดับความเสื่อมข้อเข่า

ระดับ 1 : The Silent Stage (ระยะเริ่มต้น)
Symptoms (อาการที่แสดงออก)
ระดับ 2 : The Warning Stage (ปานกลาง)
Symptoms (อาการที่แสดงออก)
ระดับ 3 : The Critical Stage (รุนแรง)
Symptoms (อาการที่แสดงออก)
“อย่ารอให้เจ็บแล้วค่อยแก้!” คุณเห็นไหมครับว่า ระยะที่ 1 ไม่มีอาการปวดเลย มีแค่เสียงเตือนและความรู้สึกฝืดๆ เท่านั้น หากคุณเริ่มมีอาการในช่องแรก นั่นคือสัญญาณเตือนภัยจากร่างกายว่า “น้ำหนักตัวกำลังกัดกินข้อเข่าคุณอยู่”
การเริ่มดูแลตัวเองในระยะที่ 1 หรือ 2 ด้วยการ ลดน้ำหนัก และ เติมสารอาหารฟื้นฟูข้อ คือวิธีที่ฉลาดที่สุด เพื่อไม่ต้องไปจบที่การผ่าตัดในระยะที่ 3 ครับ

วิเคราะห์สารอาหารฟื้นฟูข้อเข่า

“ท้องตลาดมีอาหารเสริมมากมาย แล้วตัวไหนที่เหมาะกับอาการของคุณที่สุด?”
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง ผมขอแบ่งกลุ่มสารอาหารออกเป็น 3 ยุค ตามวิวัฒนาการทางการแพทย์ครับ
1. กลุ่มคลาสสิก : Glucosamine & Chondroitin
คืออะไร : สารตั้งต้นในการสร้างกระดูกอ่อน มักใช้กันมานานในโรงพยาบาล
ข้อดี : ราคาเข้าถึงง่าย มีงานวิจัยรองรับเยอะในระยะยาว
ข้อพิจารณา : มักเห็นผลช้า (ต้องทานต่อเนื่อง 3-6 เดือนขึ้นไป) และรูปแบบยาบางชนิดมีส่วนผสมของเกลือโซเดียม ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงหรือโรคไตต้องระวัง
2. กลุ่มโครงสร้าง : Collagen Type II
คืออะไร : โปรตีนชนิดเดียวกับที่พบในกระดูกอ่อนข้อต่อ
ข้อดี : ช่วยลดการทำลายคอลลาเจนในข้อต่อได้ดี ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน
ข้อพิจารณา : เน้นเรื่องการคงสภาพโครงสร้างเป็นหลัก อาจไม่ได้ช่วยเรื่องลดอาการปวดบวมอักเสบได้รวดเร็วทันใจนักในเคสที่อักเสบเฉียบพลัน
3. กลุ่มนวัตกรรมธรรมชาติ : NEM (Natural Eggshell Membrane)
คืออะไร : นวัตกรรมสกัด “เยื่อหุ้มเปลือกไข่” ธรรมชาติ ซึ่งนักวิจัยพบว่ามีโครงสร้างคล้ายคลึงกับข้อต่อมนุษย์มากที่สุด
ความพิเศษ : ใน NEM เพียง 1 แหล่ง อุดมไปด้วยสารสำคัญครบถ้วนตามธรรมชาติ ทั้ง Collagen Type I, V, X, Hyaluronic Acid (น้ำเลี้ยงข้อ), Glucosamine และ Chondroitin อยู่รวมกันในรูปแบบ Bioactive Matrix
ทำไมถึงน่าสนใจ : งานวิจัยชี้ว่า NEM สามารถช่วยลดอาการปวดและตึงฝืดของข้อเข่าได้รวดเร็วกว่าสารกลุ่มเดิมๆ (บางการศึกษาพบการเปลี่ยนแปลงใน 7-10 วัน)
เหมาะกับใคร : ผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในการฟื้นฟู หรือผู้ที่มีความเสี่ยงจากการทานยาเคมีนานๆ เนื่องจากเป็น Food-based source (อาหารธรรมชาติ) จึงมีความปลอดภัยสูง

Pharmacist’s Suggestion
สรุปวิธีเลือกให้ตรงกับอาการ

เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์คุ้มค่าที่สุด ผมขอแนะนำให้เลือกตาม “ระดับอาการ” ของคุณครับ

1.

ระยะเริ่มต้น (มีแค่เสียงก๊อบแก๊บ ไม่ปวด) : คุณสามารถเลือกทานกลุ่ม Glucosamine หรือ Collagen Type II เพื่อบำรุงระยะยาวได้ครับ แม้จะเห็นผลช้าหน่อยแต่เพียงพอสำหรับการป้องกัน

2.

ระยะปานกลางถึงรุนแรง (เริ่มปวด ข้อฝืด น้ำหนักตัวเยอะ) : ภาวะนี้ข้อเข่าอักเสบและสึกหรอไปพอสมควร
แนะนำให้พิจารณา NEM เป็นทางเลือกหลัก เนื่องจากประสิทธิภาพสูงกว่ากลุ่มกลูโคซามีนถึง 3 เท่า และตอบโจทย์ได้ครอบคลุมกว่า ทั้งเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างกระดูกอ่อนข้อต่อ เพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อลดแรงเสียดทาน และช่วยซ่อมแซมเส้นเอ็นที่บาดเจ็บหรือฉีกขาด ทำให้ลดอาการปวดตึงได้รวดเร็วกว่า (Fast Acting) ซึ่งจะช่วยให้คุณกลับมาออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักได้ไวขึ้น

ขยับถูกท่า... รักษาเข่า : 3 ท่าบริหาร Low Impact สำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ

สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก การออกกำลังกายผิดวิธี (เช่น การวิ่ง หรือกระโดด) อาจเป็นการทำร้ายเข่าซ้ำเติมครับ ผมขอแนะนำท่าบริหารจากนักกายภาพบำบัดที่เน้นการสร้างกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) เพื่อช่วยพยุงเข่า โดยไม่เพิ่มแรงกระแทกครับ

ท่าที่ 1 : ท่านั่งเหยียดเข่า (Seated Knee Extension)

ท่าที่ 2 : ท่านอนเกร็งเข่า (Quad Set)

ท่าที่ 3 : ท่ายืนพิงผนัง (Mini Wall Squat) (ท่านี้ปรับจาก Squat ปกติให้ปลอดภัยขึ้น)

การดูแลข้อเข่าเริ่มต้นได้ทันทีที่ ‘น้ำหนักตัว’ ครับ ลองนำ 3 ท่านี้ไปปรับใช้ เริ่มต้นวันละนิด เพื่อให้คุณมีข้อเข่าที่แข็งแรง อยู่พาคุณเดินไปในทุกที่ที่อยากไปครับ

3 ท่าออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่มีแรงกระแทกต่ำสำหรับผู้ที่มีปัญหาที่หัวเข่า

1. Swimming (ว่ายน้ำ)

การว่ายน้ำเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ดีที่สุดสำหรับเข่า โดยช่วยเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อที่อ่อนแอ รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นด้วย อีกทั้ง มันยังเป็นการออกกำลังกายที่สนุกมาก ๆ เมื่อคุณว่ายน้ำ ร่างกายของคุณจะลอยตัวในน้ำ ทำให้แรงกระแทกที่ข้อเข่าลดลง และคุณสามารถออกกำลังกายในน้ำได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกปวดหรือเมื่อยล้า

2. Elliptical Trainer

หากคุณไม่ชอบว่ายน้ำ ลองใช้เครื่องเดินวงรีดูสิ คุณจะเผาผลาญแคลอรีได้เกือบเท่ากับการวิ่งบนลู่วิ่ง อีกทั้ง การที่เท้าของคุณจะไม่ขยับออกจากแป้นเหยียบจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บที่เข่า ดังนั้น การออกกำลังกายแบบนี้จะเหมือนการวิ่ง แต่ไม่มีแรงกระแทก

3. Walking (การเดิน)

การเดินเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่มีประสิทธิภาพและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก รวมถึงช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าได้ดีอีกด้วย

3 ท่าออกกำลังกายที่ควรหลีกเลี่ยงหากคุณมีอาการปวดเข่า

หากคุณมีน้ำหนักเกินกว่าเกณฑ์หรือต้องการดูแลสุขภาพเข่า ควรหลีกเลี่ยงท่าออกกำลังกายเหล่านี้

1. Running (การวิ่ง)

2. Lunge (ท่าลดต้นขา)

3. Squat (ท่าสควอชแบบลงลึก)

เราเข้าใจดีว่าอาการปวดเข่าอาจทำให้ออกกำลังกายได้ยาก หากคุณมีน้ำหนักเกินกว่าเกณฑ์และต้องการเริ่มออกกำลังกาย แต่ต้องการอุปกรณ์รองรับเพิ่ม เครื่องพยุงเข่าอาจช่วยลดอาการปวดและความเครียดบริเวณหัวเข่าได้

คำค้นหา

น้ำหนักเกิน
โรคอ้วน
การวิ่ง
ออกกำลังกาย
ปวดเข่า
โรคข้ออักเสบ
ข้อเข่าเสื่อม
เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

บทความยอดนิยม

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

12 November 2025
เภสัชกรแนะนำ วิธีรักษา “ปวดหลัง” และ “หมอนรองกระดูกทับเส้น” ให้หายได้จริง โดยไม่ต้องผ่าตัด
25 August 2025
อ้วนจนปวดเข่า ควรรีบแก้ไข อย่าปล่อยจนเสื่อม
22 August 2025
ปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อม ทานยาหรืออาหารเสริม ตัวไหนก็ไม่เห็นผล?

SiamDrug Pharmacy

in Bangkok

Located in : Central Rama 3

Opens : 10:30 AM